สิวอุดตัน เกิดจากอะไร?  เลือกรักษาด้วยวิธีไหนดีเรามีคำตอบ

สิวอุดตัน เกิดจากอะไร?  เลือกรักษาด้วยวิธีไหนดีเรามีคำตอบ

สิวอุดตัน 2

ปัญหาสิว เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ใช่ไหมค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ของทุกคน ทำให้ขาดความมั่นใจ หากแก้ไขไม่ถูกวิธี อาจจะทำให้เป็นสิวอักเสบได้ ขั้นตอนการรักษาก็จะยากไปอีก ส่งผลให้เป็นรอยหลุมสิว แม้การรักษาจะไม่สามารถหายขาดได้แต่ก็มีวิธีควบคุมและการรักษาเบื้องต้นได้ก่อนหลายวิธี Comedones  สิวที่สามารถพบเจอได้บ่อยที่สุด หากเทียบกับสิวอื่นๆ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกไม่เรียบเนียน เกิดขึ้นได้ทุกที่ บริเวณหน้าผาก แก้ม และคาง หากไม่เลือกรักษาให้ถูกวิธี เมื่อหายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อยๆ โดยวิธีรักษาแตกต่างกันออกไป และสาเหตุการเกิดสิวอุดตันมีหลายอย่างด้วยกัน เช่นกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน รวมถึงพฤติกรรม ทำให้เกิดสิวอุดตันได้ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลดีๆ มาฝากที่บทความนี้ รวมถึงคำแนะนำหลายวิธี ทุกคนสามารถเลือกนำไปใช้ได้ค่ะ

สิวอุดตัน 2

สาเหตุการเกิด สิวอุดตัน มีอะไรบ้าง

สิวอุดตันเกิดจากไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้ต่อมไขมันทำงานและผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จึงทำให้เกิดการตกค้าง อยู่ในรูขุมขนรวมตัวกับเซลล์ผิวหนังที่ตายไปแล้ว ทำให้กลายเป็นสิ่งสกปรกที่ตกค้าง และยังมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวหินใต้ตา เช่น

  • สภาพอากาศที่ร้อนมากๆ ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป
  • การเลือกทานอาหารจำพวกแป้งน้ำตาล  และไขมัน ที่มากเกินไป
  • เลือกใช้เครื่องสำอางแล้วทำความสะอาดใบหน้าไม่ดี ทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้าง
  • ช่วงมีประจำเดือน ภาวะผิวหนังที่มีน้ำมากเกินไป
  • ฝุ่นละออง ฝุ่นควัน และมลภาวะ ที่เจอในชีวิตแต่ละวัน
  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาสระผม เกิดอาการแพ้สารเคมี
  • การขัดหน้า บีบสิว การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการทำเลเซอร์ พฤติกรรมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  • ล้างหน้าน้อย หรือล้างมากเกินไป
  • เหงื่อไคลและการใส่เสื้อผ้า หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ทำให้สิ่งสกปรกสะสมอยู่ที่ผิวต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
  • การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสการเกิดสิวได้มากขึ้นด้วย
  • ความเครียด ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
สิวอุดตัน 5

สิวอุดตัน มีกี่แบบ ?

1. สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันหัวเปิด มีลักษณะเป็นตุ่มนูน และมีสิวหัวดำอยู่ตรงกลาง  สิวตรงนี้เกิดจากกลุ่มเซลล์ที่ตายไปแล้ว หรือเรียกว่าผิวหนังที่ตายแล้วนั่นเองค่ะ ทำให้เกิดการอุดตันของขน เนื้อเยื่อรวมถึงไขมันภายใน รักษาด้วยการบีบหรือกดได้แต่อาจเกิดการอักเสบและทำให้เป็นรอยสิวได้

2. สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันหัวปิด ลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ โดยมองเห็นได้เป็นจุดสีขาวและไม่มีรูเปิด การเกิดสิวประเภทนี้ ทำการรักษาได้ยากเพราะจะอยู่ลึกกว่า สิวหัวดำ หากคุณไม่ทำการรักษาสิวอุดตันหัวปิด จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และพัฒนาเป็นสิวอักเสบและติดเชื้อได้

3. สิวอุดตันไม่มีหัว สิวประเภทนี้จะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบได้ในกลุ่มวัยรุ่น จากฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) สิวไม่มีหัวจะหายได้เองตามระยะเวลา แต่ถ้าเกิดมีอาการอักเสบ ก็สามารถพัฒนากลายเป็นสิวประเภทอื่นได้

สิวอุดตัน 4

การรักษาสิวอุดตันมีวิธีไหนบ้าง

การรักษาสิวอุดตันมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทายา แต้มสิว การฉีด การกินยา  หรือการรักษาเร่งด่วนด้วยการใช้เลเซอร์ แต่ละการรักษาจะมีวิธีตามความรุนแรงของสิวอุดตัน โดยอธิบายดังนี้ค่ะ

1.เลือกการทายาและการทานยา

ยาทาที่ใช้รักษาต้องมีส่วนผสมของ เรตินอยด์ (Retinoids) หรืออนุพันธ์วิตามินเอ การทายาจะรักษาได้เฉพาะจุดเพื่อละลายสิวที่อุดตัน Adapalene Isotretinoin จะช่วยสลายสิวอุดตันที่ต่อมไขมัน และยังช่วยชะลอ การหลั่งน้ำมันส่วนเกิน ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วให้หลุดออก สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตัน รุนแรงและเป็นสิวอักเสบ  แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ เพื่อลดผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชายที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดสิว โดยมีสาเหตุมาจาก ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) นั่นเองค่ะ

2.การฉีดยารักษา สิวอุดตัน

การเลือกรักษาวิธีนี้ ใช้กับสิวอุดตันที่มีขนาดใหญ่ สิวหัวช้างใหญ่ สิวซีสต์ โดยการฉีดนั้นใช้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ ทำการฉีดเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่เป็นสิว ไม่ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อป้องกันการเกิดรอยบุ๋ม และการเลือกรักษาด้วยวิธีนี้อาจจะมีรอยบุ๋ม และอาจจะเป็นแผลได้ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้ยาไตรแอมซิโนโลน หรือผู้ที่ติดเชื้อราที่ผิวหนัง เป็นโรคหัวใจวาย ความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรงไม่แนะนำค่ะ

3.การกดสิวอุดตัน

การเลือกกดสิวเป็นวิธีที่ช่วยให้หัวสิวหลุดออกมาได้ง่ายที่สุด เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมแต่มักจะเลือกบีบกันเอง แต่ความจริงการกดสิวต้องเลือกทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมีเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะไม่ทำให้เนื้อเยื่อหลุดออกมา ไม่มีความบอบช้ำ มั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาด เพราะถ้ากดเองสิวอาจจะออกมาไม่หมด ทำให้เกิดอาการอักเสบ ทิ้งรอยแดง รอยดำ ไว้ที่แผลได้ ทำให้เป็นเรื่องที่ยากในการรักษา ไม่แนะนำให้รักษาเองที่คาง เพราะเป็นจุดที่ทำให้เกิดรอยแผลได้ง่ายที่สุด

4.เลเซอร์สิวอุดตัน

เป็นวิธีเร่งด่วน โดยการรักษาจะใช้เทคโนโลยีในการรักษา คล้ายกับการใช้เข็มเจาะ เพราะจะช่วยกดสิวออกมาได้ง่าย แต่การเลือกใช้เลเซอร์นั้น ต้องใช้พลังงานแสงในการเจาะสิวแทน จะทำให้การรักษาง่ายขึ้น แม้สิวอยู่ลึกก็รักษาได้ ยังลดรอยดำรอยแดง  ได้อีกด้วยช่วยทำให้หน้าดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย นอกจากการใช้เลเซอร์ในการรักษา ยังสามารถเลือกฉีดเมโส  หรือ หรือ มาเด้คอลลาเจนได้อีกด้วยค่ะ เมโส มีส่วนผสมของสารสกัดวิตามิน เพื่อช่วยบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่างๆ ช่วยเพื่อความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ลดอการอักเสบและขับสารพิษออกได้อีกด้วยค่ะ

บทความที่น่าสนใจ :ฉีดหน้าเรียว ใบหน้าสวยได้จริงไหมเรามีคำตอบ?

” ครีมรักษาสิว Lion Pair Acne Cream W มาแรงในปี 2023 ปราบสิวอุดตันอยู่หมัด
ใครไปญี่ปุ่นต้องฝากหิ้วแล้วค่ะ ช่วยแก้ปัญหาทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ ขจัดสิ่งสกปรกฆ่าเชื้อสิวบนใบหน้า ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ มีความชุ่มชื่้นต่อผิวอีกด้วยนะคะ ไม่ทำให้ผิวลอกเนื้อครีมเบาบาง ราคาเพียง 590 บาท หาซื้อได้ที่ Shopee / Lazada / Konvy เคล็บลับความสวยที่เราต้องแชร์ต่อ “

Editor’s Talk

บทสรุปการรักษา สิวอุดตัน วิธีไหนที่ดีที่สุด

อยากมีผิวหน้าสวยไร้สิวไม่ต้องรอนานอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่ก่อนที่จะเข้าการรักษา ควรรู้ระดับความรุนแรงของสิวอุดตันก่อน เพื่อการรักษาที่ถูกวิธี ป้องกันการเกิดสิวอักเสบเรื้อรัง เป็นหลุมสิว ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานจะรักษาหายยาก การรักษาสิวอุดตันที่ดีที่สุด คือการปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สิวหายได้ไว และไม่ทิ้งรอยไว้ เราแชร์ไอเดีย การรักษาสิวอุดตันไปแล้วหวังว่าบทความของเราจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนนะคะ

 

 

 

บทความแนะนำ

โบท็อกซ์ 3

โบท็อกซ์ Botox คืออะไร? ฉีดแล้วเป็นอันตรายไหม เรามีคำตอบ

สำหรับสาวๆ ที่ต้องการมีใบหน้าเรียวและมีโครงสร้างที่สวยงาม บทความนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่คุณจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ โบท็อกซ์

Crystal DNA คืออะไร?

Crystal DNA คืออะไร?

Crystal DNA เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด โดยใช้หลักการ ฉีดเมสโส (Mesotherapy)